บันทึกการเดินทางฟื้นฟูจิตใจศิษย์เก่า คริสตศาสนศึกษา ครั้งที่ 12
บันทึกการเดินทางฟื้นฟูจิตใจศิษย์เก่า สาขาวิชาคริสตศาสนศึกษา ครั้งที่ 12
วันที่ 1-3 พฤษภาคม 2567 ณ ไร่วนานุรักษ์ สังฆมณฑล นครราชสีมา
หัวข้อ “รวมพลัง รักษ์โลก”
โครงการฟื้นฟูจิตใจศิษย์เก่า สาขาวิชาคริสตศาสตร์ ครั้งที่ 12 นี้ได้จัดขึ้น เมื่อวันพุธที่ 1 พฤษภาคม – วันศุกร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2567 ณ ไร่วนานุรักษ์ สังฆมณฑล นครราชสีมา มีครูคำสอนศิษย์เก่าฯ รุ่นที่ 1-21 จำนวน 23 คน เข้าร่วมการฟื้นฟูจิตใจ
วัตถุประสงค์ ฟื้นฟูจิตใจและชีวิตจิตครูคำสอนให้เข็มแข็งยิ่งขึ้น แลกเปลี่ยนประสบการณ์งานด้านคำสอนและการแพร่ธรรม ให้กำลังใจและเสริมสร้างจิตตารมณ์ครูคำสอนซึ่งกันและกันและเพื่อผู้ให้การอบรมของวิทยาลัยแสงธรรมสามารถติดตามศิษย์เก่าครูคำสอนของสาขาวิชาฯนี้การฟื้นฟูจิตใจในครั้งนี้มีบาทหลวงธีรพล กอบวิทยากุล อธิการบดีฯ, บาทหลวงวิทยา เลิศทนงศักดิ์ ผู้ช่วยรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ, ผศ.ดร.ศรัญญู พงศ์ประเสริฐสิน คุณจิตรา กิจเจริญ และอาจารย์สุดหทัย นิยมธรรม ออกร่วมเดินทางไปกับพวกเราด้วย
#วันที่1 เราเริ่มต้นการเดินทางด้วยการสวดภาวนาขอพรพระสำหรับการเดินทางและการฟื้นฟูจิตใจครั้งนี้โดย บาทหลวงธีรพล กอบวิทยากุล อธิการบดีวิทยาลัยแสงธรรม จากนั้นออกเดินทางสู่สังฆมณฑลนครราชสีมา ด้วยรถตู้ของวิทยาลัยแสงธรรมและรถยนต์ส่วนตัวอีก 3 คัน ซึ่งตลอดการเดินทางก็มีพูดคุยกันและทำความรู้จักกับน้องใหม่หลังจากแวะแวะทานอาหารเที่ยงแล้วเราเดินทางต่อไปอาสนวิหารแม่พระประจักษ์ที่เมืองลูร์ด เพื่อแสวงบุญและร่วมพิธีบูชาขอบพระคุณ
พระสังฆราชยอแซฟ ชูศักดิ์ สิริสุทธิ์ ได้ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธี พระคุณเจ้าได้ให้ข้อคิดแก่เราว่า คนที่ทำงานก็คือคนที่ทำให้ตนเองนั้นมีคุณค่าและมีความหมาย การทำงานของพวกเราในฐานะที่เป็นคนทำงาน ก็ต้องมีการหยุดพักและมาอยู่ร่วมกัน และเราต้องมีการพัฒนาการ ดูว่าสิ่งต่าง ๆ มีการเปลี่ยนแปลงที่เหมาะสมกับกาลเวลา เพราะฉะนั้นเราที่ทำหน่าที่ตรงนี้ก็ต้องเรียนรู้เสมอว่าโลกมันเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วมาก ผู้สอนคำสอนก็ต้องเป็นคนที่นำสมัยทั้งความคิดและคำพูด ต้องมีอะไรใหม่ และนำการเปลี่ยนแปลงนั้นนำมาสู่ชีวิตของเรา เพื่อเป็นครูคำสอนรุ่นใหม่ ๆ ทำให้เด็กที่เราสอนรู้สึกว่ามีอะไรใหม่และอยากเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ชีวิตของเราก้าวหน้า เป็นศิษย์พระคริสต์ศิษย์ธรรมทูตของพระเจ้า และจากเรื่องราวการสร้างของพระเจ้า การสร้างเป็นเรื่องเสร็จสิ้นสมบูรณ์ แต่สิ่งที่พระเจ้าได้สร้างก็ดีและเหมาะสม แต่ว่าวันนี้มันไม่ใช่แบบนั้นแล้ว ทุกวันนี้ใครไม่ได้อยู่ในห้องแอร์ก็อาจจะรู้สึกไม่สบาย อากาศที่ร้อนมากๆ ซึ่งเป็นอันตราย พระศาสนจักรโดยพระสันตะปาปาฟรังซิส ผ่านทางสมณลิขิตเตือนใจของพระสันตะปาปาฟรังซิสเกี่ยวกับสิ่ง แวดล้อม เลาดาโตซี และเลาดาเตเดอุม ได้เตือนใจเราว่า โลกของเรากำลังเดินผิดทาง ถ้าไม่มีการกลับใจจะมุ่งสู่หายนะอย่างรวดเร็ว เพราะฉะนั้น ถ้าต้องส่วนร่วมกับการสร้างของพระเจ้าอย่างจริงจัง ต้องทำอะไรบางสิ่งบางอย่าง เพื่อฟื้นฟูโลกใบนี้ให้คงอยู่ต่อไปได้ เพราะทุกวันมีการเอาเปรียบและเห็นแก่ตัวมากขึ้น เป็นยุคสมัยที่ทุกคนคิดว่า เขาทำกันแบบนี้ รวมถึงเรื่องของการกินทิ้งกินขว้าง และกินไม่หมด ทำให้เกิดความเสียหายเป็นต้น ต่อคนยากจน อะไรที่เราไม่กินก็ต้องบอก เพื่อจะได้ไม่เหลือทิ้งและจะต้องรู้จักพอเพียงและเก็บสิ่งเหลือและนำไปแบ่งปันกับผู้ที่ไม่มีได้ในฐานะที่เราเป็นคนหนึ่งในพระศาสนจักร เพราะทุกสิ่งที่เกิดขึ้นส่งผลต่อเราทุกคนด้วย อากาศร้อนส่งผลต่อผลผลิตของต้นไม้ แหล่งน้ำ ซึ่งเป็นห่วงโซ่มีผลต่อทุกสิ่ง ความอุดมสมบูรณ์หายไป และเราก็ทำเฉย
ดังนั้น พ่อเชิญชวนให้พวกเราจะได้มีส่วนร่วมในการรักษาดิน รักษาน้ำ และไม่ดำเนินชีวิตแบบคุ้นชิน แต่ต้องลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อโลกใบนี้ ให้เราถามว่าตอนนี้เราลุกขึ้น ตระหนัก รับรู้ และทำอะไรหรือยัง ในฐานะที่เราเป็นครูคำสอน ผู้ที่เป็นผู้นำ คนอื่นเขายังไม่ทำไม่เป็นไร แต่ให้เราทำก่อน เราต้องปลุกจิตสำนึกในเรื่องนี้ในชุมชนของเรา เพราะทุกสิ่งมีผลกระทบต่อทุกคน เป็นพระศาสนจักรที่ก้าวเดินไปด้วยกันทั้งในงานอภิบาลและการแพร่ธรรม ไม่ใช่การนั่งเฝ้าวัด เพราะงานมันจะไม่เกิด ดังนั้น เราต้องทำงานอย่างมีส่วนร่วมและมีทำงานอย่างชีวิตชีวา ในฐานะที่เป็นครูคำสอน เราจะต้องร่วมกันรับผิดชอบในฐานะสานุศิษย์ของพระคริสตเจ้า ครูคำสอนเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพื่ออบรมความเชื่ออย่างต่อเนื่องให้กับคริสตชนในชุมชุมแห่งความเชื่อ ดังนั้น เราเป็นทั้งครูคำสอนและผู้แพร่ธรรมที่มีชื่ออยู่ในประวัติศาสตร์ของการแพร่ธรรมด้วย ขอให้เราเป็นครูคำสอนที่เป็นมืออาชีพ และเราจะต้องสร้างครูคำสอนใหม่ๆ เพื่อให้พวกเขาจะได้เข้ามาร่วมงานในพระศาสนจักรในประเทศไทยต่อไป
หลังจากพิธีบูชาขอบพระคุณ คุณพ่อเปรมปรี วาปีโส อุปสังฆราชและเลขาธิการ คณะกรรมการฯ แผนกคริสตศาสนธรรม ได้ให้การต้อนรับและพูดคุยให้กำลังแก่พวกเราอย่างอบอุ่นและให้ความเป็นกันเอง
หลังจากนั้นเวลา 16.30 น. เราออกเดินทางมุ่งไปสู่ไร่วนานุรักษ์ เพื่อเข้าที่พักและรับประทานอาหารเย็นร่วมกัน และเข้าสู่กิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ และแลกเปลี่ยนของขวัญร่วมกัน หัวข้อ “รวมพลัง รัก(ษ์)โลก” โดยให้แต่ละคนเขียนชื่ออาจารย์หรือวิชาที่ชอบและเอกลักษณ์ของตนเองลงในกระดาษ หลังจากนั้นให้แต่ละคนมาจับสลากและทายว่าเจ้าของกระดาษแผ่นนี้คือใครและมอบของขวัญให้แก่เพื่อนคนนั้น ซึ่งทำให้คิดถึงบรรยากาศเมื่อครั้งที่แต่ละคนเคยเป็นนักศึกษา บรรยากาศการเรียน และคิดถึงบรรดาคณาจารย์ที่น่ารักและใจดีของพวกเรา และทำให้เราได้รู้จักกันและกันมากยิ่งขึ้นด้วย เราจบกิจกรรมวันนี้ด้วยภาวนาค่ำร่วมกัน
#วันที่2 เราเริ่มการฟื้นฟูจิตใจด้วยการร่วมพิธีบูชาขอบพระคุณ โดย บาทหลวงธีรพล กอบวิทยากุล อธิการบดี
โดยคุณพ่อได้ให้ข้อคิดว่า พ่อคิดถึงพวกเราที่มาอยู่ที่นี้ด้วยกันและคิดถึงตัวพ่อเองด้วย เห็นพวกเรามีความสุขดี พ่อก็ชื่นชมยินดีด้วย พ่อเคยแบ่งปันเรื่องต้นไผ่ ที่พระเจ้าเข้าไปในสวนและพื้นที่ไม่ค่อยเรียบร้อยไม่มีดอกไม้ ไม่มีต้นไม้ และพระเจ้าก็ไปชวนต้นไม่ ดอกไม้มาแต่งสวนตรงนั้นให้สวยแต่ก็ไม่มีต้นไม้ ดอกไม้ต้นไหนอยากไปเพราะพื้นที่ตรงนั้นเป็นพื้นที่ที่แห้งแล้ง ไปอยู่ตรงนั้นก็ต้องตาย ก็เลยไปชวนต้นไผ่ให้ไปช่วยหน่อยได้ไหม ซึ่งต้นไผ่ก็เป็นต้นไม่ที่น้อยเนื้อต่ำใจอยู่ตลอดเวลา เพราะเขาไม่มีดอกสวยๆ เหมือนไม้ดอกทั่วไป และไม่มีผลเหมือนไม้ผลทั่วๆ ไป ไม่ได้เป็นต้นไม่ใหญ่ เพื่อนำไม้ไปสร้างบ้านเหมือนไม้ยืนต้นอื่นๆ ซึ่งก็น้อยเนื้อต่ำใจว่าทำไมพระเจ้าสร้างเขาให้เป็นแบบนี้ ซึ่งเขาก็บอกกับพระเจ้าว่าเขาช่วยอะไรไม่ได้หรอก เพราะเขาก็ไม่สวย ไม่แข็งแรงและไม่มีผลอะไรเหมือนต้นไม้อื่น ๆ แต่พระเจ้าก็บอกว่า ช่วยได้ ช่วยได้ ดังนั้นเขาก็ยินดีช่วย เขาบอกกับพระเจ้าว่า ถอนต้นเขาไปปลูกตรงนั้นเลยเขายินดีไป แต่พระเจ้าบอกว่าไม่ถอนเขาไปแต่จะตัดเขาไป เขาก็ยอมให้พระเจ้าตัดลำต้นเขาไป หลังจากนั้นพระเจ้าก็บอกเขาว่าตัดไม่พอนะ แต่จำเป็นต้องริดกิ่งริดใบด้วย ให้เหลือแต่ลำไผ่เท่านั้น พระเจ้าก็บอกว่าจำเป็นต้องผ่าครึ่งเขาด้วยเพื่อจะใช้งานเขาได้ แม้เขารู้สึกว่าเขาจะต้องตาย แต่ที่สุดแล้วเขาก็ยอมให้พระเจ้าผ่าครึ่งเขา และพระเจ้าก็นำลำต้นที่ผ่าครึ่งไปเรียงกัน และได้ลำเรียงน้ำไปสู่ดินตรงนั้นทำให้เกิดความชุ่มชื่น ที่สุดพระเจ้าก็ได้นำต้นไม่อื่นๆ ไปปลูกตรงนั้นได้ และทำให้พื้นที่ตรงนั้นสวยงามมากขึ้น พ่ออยากเล่าเรื่องนี้ให้พวกเราเพราะ บางทีพวกเราก็ไม่เก่งบ้าง ไม่สวยบ้าง อ้วนเหมือนพ่อบ้าง ไม่ได้เป็นต้นไม่ใหญ่ที่จะทำอะไรใหญ่โตได้ เป็นครูคำสอนตัวเล็กๆ ทำงานของเราตามบทบาทหน้าที่ของเราแต่ในสายพระเนตรของพระเจ้า เราก็มีคุณค่าและมีความหมาย และพระเจ้าจะทรงใช้เราในแบบที่เราเป็น สิ่งที่สำคัญเราต้องมีความรัก ต่อพระเจ้าและความรักต่อคนอื่นๆ ความรักจะทำให้เรายอมเสียสละ เหมือนที่พระเยซูเจ้าสอนเราว่า “พระบิดาของเราทรงรักเราอย่างไร เราก็รักท่านทั้งหลายอย่างนั้น จงดำรงอยู่ในความรักของเราเถิด ถ้าท่านปฏิบัติตามบทบัญญัติของเรา ท่านก็จะดำรงอยู่ในความรักของเรา เหมือนกับที่เราปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระบิดาของเรา” พ่อขอเป็นกำลังใจให้เราแต่ละคน ขอให้เรามีกำลังใจทำงานหน้าที่ตามแบบที่เราเป็น ตามงานที่เราได้รับมอบหมาย ขอพระเจ้าได้อวยพรแก่พวกเราทุกคน
และในเช้านี้เราได้รับฟังการบรรยายหัวข้อ “ขอสรรเสริญพระเจ้า (Ladate Deum) โดยบาทหลวงสมชาย หมอกครบุรี โดยคุณพ่อได้ให้ความรู้ถึง สมณลิขิตเตือนใจของพระสันตะปาปาฟรังซิสเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมเลาดาโตซี เลาดาเตเดอุมคุณพ่อได้เล่าถึงบุคคลที่อยู่เบื้องหลังความคิดของสมเด็จพระสันตะปาปา คือ นักบุญฟรังซิส ผู้ฟื้นฟูชีวิตของพระศาสนจักรในสมัยของท่าน เปลี่ยนเป็นพระศาสนจักรที่อยู่กับคนจนและเลือกดำเนินชีวิตที่สวนกระแสกับสังคมในสมัยนั้น โดยคุณพ่อได้เน้นว่า สิ่งที่สำคัญเราจะต้องไตร่ตรองถึงสิ่งที่พระเยซูเจ้าตรัสกับนักบุญฟรังซิส คือ จะต้องซ่อมแซมบ้านที่เราอาศัยอยู่ร่วมกัน ซ่อมแซมพระศาสนจักร และดำเนินชีวิตกับสิ่งสร้างและอยู่อย่างสันติกับทุกคน ให้เราตอบสนองด้วยการเปลี่ยนทัศนคติของเรา เราให้มองสิ่งสร้างด้วยทัศนคติที่สวยงามและพยายามสรรเสริญพระเจ้าผ่านทางสิ่งที่เรามองเห็น ในการอยู่ร่วมกันแบบเป็นพี่เป็นน้องแก่กันและกัน มีชีวิตอยู่เพื่อสรรเสริญพระเจ้าในการดำเนินชีวิตของเรา เราต้องเปลี่ยนแปลงชีวิตจากตัวของเรา เล็กๆน้อยๆ เพื่อสรรเสริญพระเจ้าร่วมกัน
หลังจากนั้นได้ร่วมกันแบ่งปันประสบการณ์ชีวิตเมื่อครั้งที่เราเรียนอยู่ในแสงธรรม แก่กันและกัน รวมถึงประสบการณ์ชีวิตและการทำงานให้แก่กันและกัน แม้เราจะผ่านชีวิตและประสบการณ์อะไรต่างๆ มากมาย จนวันนี้เราอาจจะพบว่าถึงเวลาที่เราต้องซ่อมแซมสุขภาพของเรา ซ่อมแซมชีวิตครอบครัวของเรา หรือจะต้องซ่อมแซมความรู้สึกหมดพลังภายในของเรา แต่เราก็โชคดีที่เรามีพระเจ้า มีรุ่นพี่ มีเพื่อนร่วมงานที่ดี ที่ทำให้เราสามารถผ่านอุปสรรคต่างๆ มาได้ และปม้ว่าบางสิ่งที่ไม่ใช่ตัวเราแต่เมื่อพระเจ้าทรงเลือกใช้เรา พระเจ้าจะจัดการและช่วยเหลือเรา ขอให้เราพร้อมที่จะตอบรับและพร้อมที่จะเรียนรู้เพื่อที่จะเป็นครูคำสอนที่ดีคนหนึ่ง เมื่อเรารู้ว่าเราทำเพื่อพระ ไม่ทิ้งพระเจ้า พระเจ้าก็จะไม่ทิ้งเรา เราไม่ได้ทำงานคนเดียว แต่พระเจ้าอยู่กับเราด้วย ขอให้เราจับมือกันไว้ เป็นทีมที่ทำงานร่วมกัน และการมีเพื่อนร่วมงานและเพื่อนร่วมทางจะช่วยให้เราผ่านพ้นอุปสรรค เรื่องที่ยากๆ และยังคงลุกขึ้นมาทำงานหรือหน้าที่ของเราในวันต่อ ๆ ไปได้
ในช่วงเย็นเราได้เออกเดินทางไปพักผ่อนร่วมกันที่ Khao Yai Art Tree Resort & Café และหลังจากทานอาหารค่ำ เราได้ทำกิจกรรม “คิดถึงกันในคำภาวน” โดยให้แต่ละคนเขียนชื่อลงในกระดาษ “รักพระเจ้าและรักเพื่อนมนุษย์และเขียนสิ้งเราต้องการให้เพื่อนภาวนาให้ โดยให้แต่ละคนเป็นผู้ภาวนาให้กับบุคคลที่เราได้รับชื่อของเขาตลอด 1 ปี ต่อไปนี้ซี่งก็เป็นบรรยากาศแห่งความรักและความห่วงใยที่เรามีให้แก่กันและกัน และหลังจากนั้นเป็นกิจกรรม ร้องเพลงสร้างความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้อง และภาวนาค่ำร่วมกัน
#วันที่3 หลังจากอาหารเข้า เราออกเดินทางไปแสวงบุญ เยี่ยมชมสถานที่และชม Prammika Art Gallery Khaoyai และร่วมพิธีบูชาขอบพระคุณปิดการฟื้นฟูจิตใจฯ ณ วัดบุญราศี นิโคลาส บุญเกิด กฤษบำรุง เขาใหญ่ โดยมีบาทหลวงเกรียงไกร ยิ่งยง เป็นประธานในพิธีฯและมีประธานสภาอภิบาลวัดที่ให้การการต้อนรับพวกเราอย่างอบอุ่น โดย คุณพ่อได้ให้ข้อคิดแก่พวกเราว่า ไม่มีความบังเอิญในโลกของผู้ที่มีความเชื่อ การที่เรามาพบกันวันนี้ก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่นี่คือพระประสงค์ของพระเจ้า สิ่งที่สำคัญเราต้องเริ่มต้นที่ตนเอง อย่าเป็นประกาศกนอกบ้านแต่เป็นปีศาจในบ้านของตนเอง การรักตนเองในฐานะผู้มีความเชื่อ แบกกางเขนตามพระเยซูเจ้าไป ไม่ใช่ในความคิดแต่จะต้องเป็นการดำเนินชีวิตของเรา พ่ออยากฝากต้นไม้สมุนไพรต้นหนึ่งให้กับพวกเราทุกคนนำกลับไปบ้านของเรา สมุนไพรต้นนี้ มี 5 ประการที่เราจะต้องใส่ใจ ต้องมีรากที่อ่อนน้อม ต้องมีกิริยาที่อ่อนโยน มีสำมาคารวะ ไม่หยิ่งผยอง ไม่จองหอง มีลำต้นทีเมตตา มีความรัก มีความห่วงใย มีความความปรารถนาดี มีมิตรภาพให้แก่กันและกัน สมุนไพรต้องมีกิ่งที่กรุณา การปฏิบัติต่อกัน ต้องเกิดจากจิตใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก เมตตา สงาร ทำให้คนอื่นมีความสุข สมุนไพรต้นนี้จะต้องมีใบ ซึ่งในใบนี้จะประกาบด้วย 1. ใบยิ้ม ยิ้มให้แก่กันและกัน 2. มีใบยอม ยอมรับในความแตกต่าง 3. ใบหยุด หยุดที่เป็นการกระทำที่ทำร้ายตนเองหรือผู้อื่น และใบสุดท้าย คือ ใบเย็น เพื่อเป็นที่พึ่งพาให้แก่กันและกันได้ เมื่อเราทำสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เสมอ ชีวิตของเราก็จะออกดอกออกผล เป็นต้นไม้ที่สวยงามในชีวิตเราอย่างแท้จริง
หลังจากจบพิธีบูชาขอบพระคุณเราออกเดินทางไปเที่ยงร่วมกันและเดินทางกลับสู่วิทยาลัยแสงธรรมอย่างสวัสดิภาพ
#ขอขอบคุณ ในโอกาสนี้ ศิษย์เก่าคณะคริสตศาสตร์ ขอขอบพระคุณบิชอปชูศักดิ์ สิริสุทธิ์ ที่ได้สละเวลามาเป็นประธานในพิธีบูชาขอบพระคุณเปิดการฟื้นฟูจิตใจ ขอขอบคุณ คุณพ่อเปรมปรี วาปีโส ขอขอบคุณคุณพ่อเปรมปรี วาปีโส ที่ให้การต้อนรับอย่างอบรมและสนับสนุน ที่พักที่สะดวกสบายและอาหารอร่อยๆ ให้พวกเราได้พักผ่อนอย่างดี ขอขอบคุณ คุณพ่อสมชาย หมอกครบุรี ที่ได้มาพบปะและแบ่งปันความรู้ให้แก่พวกเรา ที่สุดขอขอบคุณ คุณพ่อเกรียงไกร ยิ่งยง ที่ให้การต้อนรับและมาเป็นประธานในพิธีบูชาขอบพระคุณปิดการฟื้นฟูจิตใจให้กับพวกรา และที่สำคัญขอขอบคุณ คุณพ่อธีรพล กอบวิทยากุล อธิการบดีฯ, คุณพ่อวิทยา เลิศทนงศักดิ์ ผู้ช่วยรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ, ผศ.ดร.ศรัญญู พงศ์ประเสริฐสิน คุณจิตรา กิจเจริญ และอาจารย์สุดหทัย นิยมธรรม ที่ให้ความสำคัญและสละเวลาอันมีค่ามาร่วมเดินทางและแบ่งปันความสุขให้กับพวกเราในครั้งนี้
ที่สุดขอขอบคุณวิทยาลัยแสงธรรม ที่สนับสนุนในการจัดโครงการฟื้นฟูจิตใจฯ ในครั้งนี้ ทำให้มาพักผ่อนจากการทำงาน และเติมพลังกายพลังใจเพื่อไปทำภารกิจของแต่ละคนต่อไป
ขอขอบพระคุณ
นางสาวกฤติยา อุตสาหะ
ประธานศิษย์เก่าฯ






















































ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น